สาเหตุหลักที่ทำให้ RAM และ SSD ขึ้นราคาในปี 2026
1. AI กินแรมมหาศาล ทำให้ซัพพลายสำหรับผู้บริโภคลดฮวบ
2. DDR4 กำลังจะหายไปจากตลาด
3. กระบวนการผลิตใหม่ต้นทุนสูงขึ้น
4. NAND Flash ขาดตลาด กระทบ SSD โดยตรง
ฝั่ง SSD ก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน บริษัทอย่าง SanDisk และ Samsung ต่างเลื่อนการจัดส่ง NAND Flash ออกไป เนื่องจากความต้องการจากกลุ่ม Data Center และ Cloud Provider พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ซัพพลาย NAND สำหรับ SSD ผู้บริโภคทั่วไปหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ราคา SSD NVMe ที่เคยถูกมากในช่วงปี 2023-2024 จึงเริ่มขยับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางปี 2025
5. ผู้ผลิตลดกำลังผลิตตั้งแต่ปี 2025
ต้นปี 2025 ผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ตัดสินใจลดกำลังการผลิตลงเพราะราคาตกต่ำมากเกินไปในช่วงก่อนหน้า พอความต้องการกลับมาในช่วง Q4/2025 ถึง Q1/2026 ซัพพลายที่เหลืออยู่ไม่เพียงพอรองรับดีมานด์ที่พุ่งขึ้น ราคาจึงดีดตัวแรงขึ้นอีกครั้ง นักวิเคราะห์ระบุว่าราคา DRAM ปรับขึ้นไปแล้วกว่า 171% เมื่อเทียบกับจุดต่ำสุด และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นได้อีกถึง 60% จากระดับปัจจุบัน
ผลกระทบต่อผู้ใช้งานและตลาดไอทีในไทย
ราคาคอมและโน้ตบุ๊กปรับขึ้นตาม
ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดในไทยคือราคาสินค้าไอทีโดยรวมที่สูงขึ้น ทั้งโน้ตบุ๊กและเกมมิ่งพีซีล้วนมีแนวโน้มราคาปรับขึ้นตามต้นทุนแรมและ SSD ที่แพงขึ้น ผู้บริโภคจำนวนมากจึงเริ่มปรับพฤติกรรม เช่น หันไปเลือกสเปก RAM 16GB แทน 32GB เพื่อควบคุมงบประมาณ หรือชะลอการอัปเกรดเครื่องออกไปก่อน
ตลาดพีซีไทยยังโตสวนทางเศรษฐกิจ
น่าแปลกใจที่ข้อมูลจาก Counterpoint Research ระบุว่าตลาดพีซีในช่วง Q1/2026 ยังเติบโตอยู่ที่ 3.2% สาเหตุหนึ่งมาจากการที่ผู้บริโภคจำนวนมากรีบซื้อก่อนที่ราคาจะแพงขึ้นไปอีก นอกจากนี้ คอมพิวเตอร์ที่ซื้อมาในช่วง Work From Home ปี 2020 กำลังเข้าสู่วงจรการเปลี่ยนเครื่อง ทำให้มีดีมานด์ใหม่เข้ามาในตลาดอยู่ต่อเนื่อง
ระวังของปลอมและพัสดุโกง
สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างคือราคาที่สูงขึ้นทำให้ RAM และ SSD กลายเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพมากขึ้น มีรายงานจากต่างประเทศว่าผู้ซื้อออนไลน์บางรายสั่งซื้อแรมแล้วได้รับซองเปล่า หรือถูกสวมรอยเซ็นรับของ ผู้ใช้งานในไทยจึงควรระมัดระวังในการสั่งซื้อจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือเป็นพิเศษ
แนวโน้มราคาในอนาคต จะลงหรือยังแพงต่อ?
สัญญาณที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันคือ ราคา RAM และ SSD จะยังคงอยู่ในระดับสูงหรือปรับขึ้นต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 6-12 เดือน นับจากนี้ หรือราวๆ ช่วงปลายปี 2026 ถึงต้นปี 2027 เหตุผลหลักคือความต้องการ HBM จากอุตสาหกรรม AI ยังไม่มีสัญญาณชะลอตัว ขณะที่การสร้างโรงงานผลิตชิปใหม่เพื่อเพิ่มซัพพลายต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2-3 ปีอย่างไรก็ตาม บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Lenovo และ Apple ที่มีการทำสัญญาซื้อชิปล่วงหน้าไว้แล้ว ยังสามารถตรึงราคาสินค้าได้ดีกว่า ในขณะที่ผู้ผลิตรายเล็กและร้านค้าประกอบคอมย่อยได้รับผลกระทบมากกว่า
ควรซื้อเลยหรือรอ? คำแนะนำสำหรับผู้ใช้งาน
กลุ่มที่ควรซื้อเลยตอนนี้
หากคุณอยู่ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งต่อไปนี้ แนะนำให้ตัดสินใจซื้อได้เลยโดยไม่ต้องรอ ได้แก่ เครื่องที่ใช้อยู่เริ่มทำงานช้าหรือค้างบ่อยจนกระทบการทำงาน, ใช้งานกราฟิกหนักหรือไลฟ์สตรีมแล้วแรมไม่เพียงพอ, หรือกำลังวางแผนประกอบคอมใหม่ภายใน 1-2 เดือน เพราะแนวโน้มราคาในช่วงนี้ยังเป็นขาขึ้น การรอต่อไปอาจหมายถึงจ่ายแพงกว่าเดิม
กลุ่มที่ควรรอและสังเกตการณ์ก่อน
หากเครื่องที่ใช้อยู่ยังรองรับการทำงานได้ดีและไม่มีปัญหาเร่งด่วน อาจรอดูสัญญาณจากตลาดในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้าก่อน โดยเฉพาะหากเป็นการอัปเกรดแรมบนเมนบอร์ด DDR4 เก่า เพราะนอกจากราคาที่แพงแล้ว ของยังหายากขึ้นด้วย อาจถึงเวลาที่ต้องพิจารณาเปลี่ยนแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมดที่รองรับ DDR5 แทน
เลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้
ในช่วงที่ราคาสูงและของขาดตลาด ควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีหน้าร้านหรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น หลีกเลี่ยงการสั่งซื้อจากแหล่งที่ไม่ทราบที่มา หรือราคาถูกผิดปกติ เพราะความเสี่ยงของสินค้าปลอมและพัสดุโกงสูงขึ้นมากในช่วงนี้
บทสรุป
วิกฤต RAM ขึ้นราคา 2026 ไม่ใช่เรื่องชั่วคราวหรือเกิดจากการกักตุนสินค้าธรรมดา แต่มีรากเหง้ามาจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมชิปโลกที่ถูกขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ ผู้ใช้งานและผู้ที่กำลังวางแผนซื้ออุปกรณ์ไอทีควรทำความเข้าใจสถานการณ์นี้ไว้ เพื่อวางแผนงบประมาณและตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้อย่างต่อเนื่อง และหากจำเป็นต้องซื้อ ให้เลือกจากร้านค้าที่มีความน่าเชื่อถือเสมอ



